ทำไมราสเบอร์รี่จึงเป็นสุดยอดอาหาร: เสริมสร้างสุขภาพของคุณทีละผล
ที่ตีพิมพ์: 10 เมษายน 2025 เวลา 7 นาฬิกา 46 นาที 02 วินาที UTC
ปรับปรุงล่าสุด : 5 มกราคม 2026 เวลา 10 นาฬิกา 49 นาที 23 วินาที UTC
ราสเบอร์รี่ไม่เพียงแต่มีรสชาติดีเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย ราสเบอร์รี่มีแคลอรี่ต่ำและอุดมไปด้วยสารอาหาร จึงถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างสุขภาพ ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจประโยชน์ด้านสุขภาพมากมายของราสเบอร์รี่ เราจะมาดูกันว่าผลไม้เล็กๆ เหล่านี้สามารถสร้างความแตกต่างครั้งใหญ่ให้กับอาหารของคุณได้อย่างไร
Why Raspberries Are a Superfood: Boost Your Health One Berry at a Time

ประเด็นสำคัญ
- ราสเบอร์รี่มีแคลอรีต่ำและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
- ผลไม้เหล่านี้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อต้านภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระ
- การรับประทานราสเบอร์รี่เป็นส่วนหนึ่งของอาหารประจำวันสามารถช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้
- ราสเบอร์รี่สามารถมีบทบาทในการจัดการโรคเบาหวานและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้
- สารเหล่านี้มีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพผิวและอาจมีคุณสมบัติในการต่อต้านริ้วรอย
- การนำราสเบอร์รี่มาประกอบอาหารและของว่างนั้นง่ายและสนุก
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับราสเบอร์รี่
ราสเบอร์รี่เป็นผลไม้ขนาดเล็กที่มีชื่อเสียงในเรื่องสีสันสดใสและรสชาติเปรี้ยวอมหวาน จัดอยู่ในสกุล Rubus และมีหลากหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีรสชาติและการนำไปใช้ในการประกอบอาหารที่เป็นเอกลักษณ์
ราสเบอร์รี่มีสามสีหลัก ได้แก่ สีแดง สีดำ สีม่วง และสีทอง ราสเบอร์รี่สีแดงเป็นสีที่พบได้บ่อยที่สุดและหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป ราสเบอร์รี่สีดำมีรสหวานกว่า ในขณะที่ราสเบอร์รี่สีม่วงและสีทองมีรสชาติใหม่ๆ ที่น่าลอง
ราสเบอร์รี่สดมีจำหน่ายตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงตุลาคม แต่ราสเบอร์รี่แช่แข็งเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมตลอดทั้งปี อุดมไปด้วยวิตามิน ไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเป็นของว่างที่ดีต่อสุขภาพ
สามารถรับประทานได้หลายวิธี เช่น ใส่ในสมูทตี้หรือสลัด ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของหลายๆ คน
ข้อมูลโภชนาการของราสเบอร์รี่
ราสเบอร์รี่สีแดง 1 ถ้วย (123 กรัม) อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ มีแคลอรี่ประมาณ 64 แคลอรี่ และคาร์โบไฮเดรต 14.7 กรัม นอกจากนี้ ราสเบอร์รี่ยังมีใยอาหารสูงถึง 8 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มองหาอาหารเพื่อสุขภาพ
ราสเบอร์รี่อุดมไปด้วยวิตามินมากมาย โดยให้วิตามินซีมากกว่า 50% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน วิตามินซีมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง นอกจากนี้ ราสเบอร์รี่ยังเป็นแหล่งที่ดีของแมงกานีส ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกายอีกด้วย
สารอาหารสำคัญอื่นๆ ในราสเบอร์รี่ ได้แก่:
- วิตามินเค จำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือดและสุขภาพของกระดูก
- วิตามินบี ซึ่งมีส่วนช่วยในการเผาผลาญพลังงาน
- แร่ธาตุต่างๆ เช่น โพแทสเซียมและแมกนีเซียม มีความสำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและสุขภาพของระบบประสาท
ข้อมูลทางโภชนาการของราสเบอร์รี่แสดงให้เห็นว่ามันไม่ใช่แค่ผลไม้รสอร่อยเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายอีกด้วย

ประโยชน์ต่อสุขภาพของราสเบอร์รี่
ราสเบอร์รี่ไม่เพียงแต่มีรสชาติอร่อยเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อต้านความเครียดและการอักเสบที่เป็นอันตราย นอกจากนี้ยังมีใยอาหารสูง ซึ่งดีต่อสุขภาพระบบย่อยอาหารของคุณ
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เหล่านี้ดีต่อหัวใจของคุณด้วย เพราะมีวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยให้หัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรับประทานราสเบอร์รี่ยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้ด้วย เพราะทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น
การเพิ่มราสเบอร์รี่ลงในอาหารจะทำให้รสชาติและคุณค่าทางโภชนาการดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องเซลล์และช่วยควบคุมน้ำหนัก ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าทำไมราสเบอร์รี่จึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย
การควบคุมน้ำหนักและราสเบอร์รี่
ราสเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่พยายามลดน้ำหนัก เพราะมีแคลอรี่เพียง 64 แคลอรี่ต่อถ้วย นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยใยอาหาร ซึ่งช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น
ราสเบอร์รี่มีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึงกว่า 85% ทำให้รู้สึกอิ่มโดยไม่เพิ่มแคลอรี่มากเกินไป การกินราสเบอร์รี่แทนอาหารขยะจะช่วยให้คุณกินน้อยลง เป็นวิธีที่แสนหวานในการสนับสนุนการลดน้ำหนักของคุณ
การจัดการโรคเบาหวานและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ราสเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่ดีสำหรับการควบคุมโรคเบาหวาน เพราะมีน้ำตาลเพียง 5 กรัมต่อถ้วย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่
ราสเบอร์รี่มีดัชนีไกลเซมิกต่ำ ซึ่งหมายความว่ามันไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
ราสเบอร์รี่มีใยอาหารสูง ใยอาหารช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ การศึกษาชี้ให้เห็นว่าราสเบอร์รี่อาจช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการโรคเบาหวาน
การเพิ่มราสเบอร์รี่ลงในอาหารของคุณเป็นวิธีที่อร่อยและช่วยส่งเสริมสุขภาพ คุณสามารถรับประทานสดๆ ในสมูทตี้ หรือในสูตรอาหารต่างๆ ได้มากมาย นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมโรคเบาหวานได้ดีและเป็นของหวานที่อร่อยอีกด้วย
ราสเบอร์รี่และการป้องกันโรค
ราสเบอร์รี่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายที่ช่วยป้องกันโรคต่างๆ มีสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมากที่ช่วยต่อต้านภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็งและโรคหัวใจได้
การรับประทานราสเบอร์รี่สามารถช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพบางประการได้ ซึ่งได้แก่:
- ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งด้วยการกำจัดอนุมูลอิสระ
- ลดการอักเสบที่อาจนำไปสู่โรคหัวใจ
- มีคุณสมบัติในการปกป้องระบบประสาท ซึ่งอาจช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้
- ช่วยในการจัดการโรคเบาหวานโดยการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่
สารต้านอนุมูลอิสระในราสเบอร์รี่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพและระบบภูมิคุ้มกัน การรับประทานราสเบอร์รี่เป็นประจำสามารถช่วยต่อสู้กับความเสี่ยงต่อสุขภาพได้หลายประการ การเพิ่มราสเบอร์รี่ลงในอาหารจะทำให้รสชาติอาหารดีขึ้นและช่วยส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว

คุณประโยชน์ต่อสุขภาพผิวและการต่อต้านริ้วรอยของราสเบอร์รี่
ราสเบอร์รี่ดีต่อผิวพรรณมาก เพราะมีวิตามินซี วิตามินนี้ช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและเรียบเนียน เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนได้น้อยลง ดังนั้นการรับประทานอาหารอย่างราสเบอร์รี่จึงเป็นสิ่งสำคัญ
นอกจากนี้ ราสเบอร์รี่ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อต้านความเครียดและการอักเสบ ซึ่งจะช่วยให้ผิวของคุณดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดี การรับประทานราสเบอร์รี่เป็นประจำจะทำให้ผิวของคุณแข็งแรงและสดใสยิ่งขึ้น
วิธีนำราสเบอร์รี่มาประกอบในอาหารของคุณ
การเพิ่มราสเบอร์รี่ลงในอาหารของคุณนั้นง่ายและสนุก ผลเบอร์รี่สีสันสดใสเหล่านี้สามารถรับประทานได้หลายวิธี ทำให้มื้ออาหารน่าสนใจยิ่งขึ้น ราสเบอร์รี่สดเหมาะสำหรับทานเล่น มีรสชาติอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
นี่คือไอเดียสร้างสรรค์บางส่วนในการรับประทานราสเบอร์รี่:
- เติมราสเบอร์รี่สดลงในซีเรียลหรือข้าวโอ๊ตสำหรับมื้อเช้าเพื่อเพิ่มรสชาติผลไม้
- นำไปปั่นรวมกับสมูทตี้เพื่อเครื่องดื่มสดชื่นที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
- เติมราสเบอร์รี่ลงบนโยเกิร์ตที่คุณชื่นชอบเพื่อเป็นอาหารเช้าหรือของว่างแสนอร่อย
ราสเบอร์รี่สามารถช่วยเพิ่มรสชาติให้กับอาหารคาวได้เช่นกัน ลองใส่ลงในสลัดเพื่อเพิ่มความหวานที่คาดไม่ถึง นอกจากนี้ยังเข้ากันได้ดีกับของหวาน เช่น ทาร์ตหรือมัฟฟิน
ถ้าคุณชอบทำอาหาร ลองทำแยมหรือซอสจากราสเบอร์รี่ดูสิ ของหวานทำเองเหล่านี้อร่อยมากเมื่อทาบนขนมปังปิ้งหรือแพนเค้ก ตัวเลือกสำหรับของว่างจากราสเบอร์รี่มีมากมายและเหมาะกับทุกรสนิยม!
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการรับประทานราสเบอร์รี่
ราสเบอร์รี่มีรสชาติอร่อยและอุดมไปด้วยสารอาหาร แต่สิ่งสำคัญคือต้องรู้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ บางคนอาจแพ้ราสเบอร์รี่ ทำให้เกิดอาการแพ้ตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง อาการอาจแตกต่างกันไป ตั้งแต่คันผิวหนังไปจนถึงปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร
สิ่งสำคัญอีกอย่างคือต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของอาหารเมื่อรับประทานราสเบอร์รี่ หากล้างไม่สะอาด ราสเบอร์รี่อาจมีแบคทีเรียที่เป็นอันตราย เช่น อีโคไล หรือซัลโมเนลลา เพื่อความปลอดภัย ควรล้างราสเบอร์รี่ให้สะอาดด้วยน้ำเย็นและเช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาด
โดยสรุปแล้ว ราสเบอร์รี่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ต้องระมัดระวัง การมีความรู้เกี่ยวกับอาการแพ้และความปลอดภัยของอาหารเป็นสิ่งสำคัญ การล้างอย่างถูกวิธีจะช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากอาหารได้
วิธีเก็บรักษาราสเบอร์รี่ให้สดใหม่ได้นานที่สุด
ราสเบอร์รี่สดมีรสชาติอร่อยมาก แต่เก็บได้ไม่นาน เพื่อรักษาความสด คุณต้องเก็บรักษาอย่างถูกวิธี ควรรับประทานภายในหนึ่งถึงสองวันเพื่อให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด นี่คือเคล็ดลับบางประการในการเก็บรักษาราสเบอร์รี่:
- เก็บไว้ในตู้เย็น ใช้ภาชนะที่ระบายอากาศได้ดี เช่น ตะกร้าใส่ผลไม้ หรือชามที่รองด้วยกระดาษทิชชู่ เพื่อป้องกันความชื้น
- อย่าล้างจนกว่าจะพร้อมรับประทาน เพราะน้ำมากเกินไปจะทำให้เน่าเสียเร็วขึ้น
- ตรวจสอบผลเบอร์รี่บ่อยๆ คัดผลที่เสียออกเพื่อให้ผลที่เหลือสดใหม่
หากต้องการเก็บไว้ได้นานขึ้น การแช่แข็งเป็นทางเลือกที่ดี ราสเบอร์รี่แช่แข็งยังคงมีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับทำสมูทตี้ ขนมหวาน หรือสูตรอาหารอื่นๆ วิธีการแช่แข็งคือ นำราสเบอร์รี่วางบนถาดอบจนแข็งตัว จากนั้นย้ายไปใส่ในภาชนะหรือถุงแช่แข็งที่มีฝาปิดสนิท
ราสเบอร์รี่แช่แข็งกับราสเบอร์รี่สด: แบบไหนดีกว่ากัน?
การเลือกใช้ราสเบอร์รี่สดหรือแช่แข็งนั้นขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว ราสเบอร์รี่สดขึ้นชื่อเรื่องรสชาติสดใสและเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวล ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับสลัด ขนมหวาน และสมูทตี้ได้เป็นอย่างดี
แต่ขนมเหล่านี้เก็บได้ไม่นานและอาจเสียได้ภายในไม่กี่วัน ดังนั้นจึงควรรับประทานให้หมดโดยเร็ว
ในทางกลับกัน ราสเบอร์รี่แช่แข็งเป็นทางเลือกที่สะดวกสบาย เพราะเก็บเกี่ยวเมื่อสุกแล้วและแช่แข็งทันที ซึ่งช่วยรักษาสารอาหารไว้ได้อย่างครบถ้วน
ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าราสเบอร์รี่แช่แข็งมีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระใกล้เคียงกับราสเบอร์รี่สด จึงเหมาะสำหรับรับประทานได้ตลอดทั้งปี ช่วยลดการสิ้นเปลือง
ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะชอบราสเบอร์รี่สดหรือแช่แข็ง ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสำคัญกับอะไรมากที่สุด ราสเบอร์รี่สดเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติและเนื้อสัมผัส ส่วนราสเบอร์รี่แช่แข็งนั้น คงคุณค่าทางโภชนาการได้ยาวนาน จึงเหมาะสำหรับใช้ในการปรุงอาหารและทำขนม
ความยั่งยืนของการทำฟาร์มราสเบอร์รี่
การปลูกราสเบอร์รี่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากเพื่อความยั่งยืน เกษตรกรในปัจจุบันมุ่งเน้นการปลูกราสเบอร์รี่ที่ไม่เพียงแต่มีรสชาติอร่อย แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อโลกอีกด้วย
ต่อไปนี้คือวิธีการสำคัญบางประการในการปลูกราสเบอร์รี่อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม:
- พวกเขาลดการใช้น้ำลงได้ด้วยการปรับปรุงระบบชลประทาน
- ปุ๋ยอินทรีย์ช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน
- พวกเขาหลีกเลี่ยงสารเคมีที่เป็นอันตรายโดยใช้วิธีการกำจัดศัตรูพืชอย่างชาญฉลาด
- การปลูกพืชคลุมดินและพืชพื้นเมืองช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ
การซื้อราสเบอร์รี่จากเกษตรกรในท้องถิ่นที่ใช้กรรมวิธีเหล่านี้ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม แสดงให้เห็นว่าเราใส่ใจสุขภาพของเราและสุขภาพของโลกด้วย การเลือกซื้อราสเบอร์รี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นการเลือกที่ส่งผลดีต่อทุกคน

พันธุ์ราสเบอร์รี่และประโยชน์ของมัน
ราสเบอร์รี่มีสี่สี ได้แก่ สีแดง สีดำ สีม่วง และสีทอง แต่ละสีมีรสชาติและคุณประโยชน์ต่อสุขภาพแตกต่างกัน ราสเบอร์รี่สีแดงมีรสหวานอมเปรี้ยว ในขณะที่ราสเบอร์รี่สีดำมีรสชาติอ่อนกว่าและหวานกว่า พบได้ในทวีปอเมริกาเหนือ
ราสเบอร์รี่สีม่วงเป็นการผสมผสานระหว่างสีแดงและสีดำ โดยรวมเอาคุณสมบัติที่ดีที่สุดของทั้งสองสีเข้าไว้ด้วยกัน ราสเบอร์รี่สีทองมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ คล้ายน้ำผึ้งและกล้วย ราสเบอร์รี่ทุกสีอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ และใยอาหาร ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ
ราสเบอร์รี่ทุกชนิดเหมาะสำหรับการปรุงอาหาร ไม่ว่าจะสดหรือแช่แข็ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใส่ในข้าวโอ๊ต แพนเค้ก และสมูทตี้ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความหวานให้กับโยเกิร์ต แยม และขนมอบอีกด้วย
ราสเบอร์รี่สีดำโดดเด่นในเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าบลูเบอร์รี่ ช่วยต่อสู้กับโรคต่างๆ เช่น มะเร็งและโรคหัวใจ นอกจากนี้ สารแอนโทไซยานินในราสเบอร์รี่สีดำยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบอีกด้วย
ราสเบอร์รี่สีดำมีสารแอนโทไซยานินและกรดเอลลาจิกมากกว่าราสเบอร์รี่สีแดง โดยมีแอนโทไซยานิน 214-589 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ในขณะที่ราสเบอร์รี่สีแดงมีเพียง 20-65 มิลลิกรัม นอกจากนี้ ราสเบอร์รี่สีดำยังมีกรดเอลลาจิกมากกว่า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของราสเบอร์รี่สีต่างๆ
บทสรุป
ราสเบอร์รี่เป็นส่วนประกอบพิเศษในอาหารทุกประเภท อุดมไปด้วยวิตามิน ไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระ สารอาหารเหล่านี้ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และป้องกันโรคต่างๆ
ความหวานตามธรรมชาติของราสเบอร์รี่ทำให้เป็นผลไม้ที่อร่อยและช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดี ราสเบอร์รี่ไม่ใช่แค่ผลไม้ธรรมดา แต่เป็นสุดยอดอาหาร (ซูเปอร์ฟู้ด) ที่สามารถช่วยบำรุงสุขภาพผิวและต่อต้านริ้วรอยแห่งวัยได้
การเพิ่มราสเบอร์รี่ลงในอาหารของคุณนั้นง่ายและคุ้มค่า คุณสามารถใส่ลงในสมูทตี้ ข้าวโอ๊ต หรือรับประทานเป็นของว่างก็ได้ ราสเบอร์รี่เป็นวิธีอร่อยๆ ในการเสริมสร้างสุขภาพของคุณ ดังนั้น ลองลิ้มรสและรับประโยชน์จากมันดูสิ!

อ่านเพิ่มเติม
หากคุณชอบโพสต์นี้ คุณอาจชอบคำแนะนำเหล่านี้ด้วย:
- ฮีโร่คาร์โบไฮเดรตต่ำ: ประโยชน์ที่น่าแปลกใจของกะหล่ำดอก
- เติมพลังให้ไมโครไบโอมของคุณ: ประโยชน์ที่น่าประหลาดใจของอาหารเสริมอินูลิน
- จากน้ำสลัดสู่ปริมาณที่รับประทานต่อวัน: ประโยชน์ที่น่าแปลกใจของอาหารเสริมน้ำส้มสายชูแอปเปิล
